ภัยเงียบที่ต้องระวัง ความเสี่ยงในการ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ที่มีผนังร่วม

การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่มีผนังร่วมกับเพื่อนบ้านไม่ใช่แค่งานทุบทั่วไป แต่เป็นงานละเอียดที่แฝงความเสี่ยงทั้งด้านโครงสร้าง กฎหมาย และความปลอดภัย หากวางแผนไม่รอบคอบ จาก “บ้านในฝัน” อาจกลายเป็น “ฝันร้าย” ได้ในทันที ไม่ว่าจะเป็นปัญหารอยร้าว การทรุดตัว การฟ้องร้อง หรืออุบัติเหตุร้ายแรง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจความเสี่ยงสำคัญที่ “ห้าม” มองข้าม พร้อมแนวทางจัดการอย่างมืออาชีพ เพื่อให้งานรื้อถอนราบรื่นและรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านไว้ได้เหมือนเดิม

ภัยคุกคามด้านโครงสร้างและความเสียหายทางกายภาพจากการรื้อถอน
ก่อนเริ่มงานรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่มีผนังร่วม ควรเข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผนังร่วมและโครงสร้างส่วนที่เหลือ ทั้งความเสี่ยงจากแรงสั่นสะเทือนและการทรุดตัวของฐานราก หากขาดการควบคุมทางวิศวกรรม อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออาคารข้างเคียงได้
ปัญหาการทรุดตัวของอาคารข้างเคียงและฐานราก
การขุดดินหรือรื้อถอนเสา-คานที่อยู่ชิดกัน ทำให้ดินใต้ฐานรากเคลื่อนตัว อาจเกิดการทรุดตัวหรือเอียงได้ การทำค้ำยัน (Shoring) ชั่วคราวที่ได้มาตรฐานจึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาเสถียรภาพและรองรับโครงสร้างอาคารข้างเคียงระหว่างการรื้อถอน
ความเสียหายที่เกิดกับผนังร่วมจากแรงสั่นสะเทือนและการตัดแยก
แรงสั่นสะเทือนอาจทำให้ผนังร่วมเกิดรอยร้าว ผนังแตก หรือรอยรั่วซึม การใช้เทคนิค Cut and Cap ตัดแยกโครงสร้างอย่างแม่นยำก่อนเริ่มงาน จะช่วยลดแรงกระแทกที่ส่งผ่านไปยังผนังร่วม จำกัดความเสียหายต่ออาคารข้างเคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดการระบบสาธารณูปโภคที่เชื่อมต่อกัน (น้ำ ไฟ ท่อ)
ก่อนเริ่มรื้อถอนควรทำเช็กลิสต์ตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคที่เชื่อมต่อกัน โดยให้ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการตัดระบบอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการรั่วไหล ไฟฟ้าลัดวงจร และอุบัติเหตุ ได้แก่
- ไฟฟ้า
- ประปา
- ท่อน้ำทิ้ง
- แก๊ส

ความเสี่ยงด้านกฎหมาย ความปลอดภัย และการฟ้องร้องจากเพื่อนบ้าน
นอกเหนือจากความเสี่ยงด้านโครงสร้าง ประเด็นด้านกฎหมายและความปลอดภัยก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างเข้มงวด
ขั้นตอนการขอความยินยอมและเอกสาร "ผนังร่วม" ตามกฎหมาย
ต้องมีหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของอาคารข้างเคียง เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดการร้องเรียนหรือฟ้องร้องในภายหลัง หากไม่สามารถตกลงกันได้ ควรหยุดดำเนินการและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาคารที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องก่อนเริ่มงาน
มาตรการควบคุมมลภาวะ (ฝุ่นและเสียง) และความปลอดภัยของพื้นที่ข้างเคียง
ควรกั้นรั้วและผ้าใบความหนาแน่นสูง (Mesh Sheet) เพื่อป้องกันฝุ่น พ่นละอองน้ำควบคุมฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งวัสดุกันแรงสั่นสะเทือน และจำกัดเวลาทำงานตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อไม่ให้รบกวนเวลาพักผ่อนของเพื่อนบ้าน
ความรับผิดชอบทางแพ่งและการทำประกันภัยบุคคลที่สาม
เจ้าของโครงการและผู้รับเหมาต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน หากเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น ซึ่งการทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกจะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการเรียกร้องหรือฟ้องร้องในอนาคต
เช็กลิสต์สำคัญในการเลือกผู้รับเหมา
เพื่อให้การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น ควรเลือกทีมงานที่มีคุณสมบัติดังนี้
- คุณสมบัติของผู้รับเหมา - มีประสบการณ์รื้อถอนอาคารติดกันโดยเฉพาะ มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และมีประกันภัยคุ้มครองชัดเจน
- การสำรวจหน้างาน - จัดทำรายงานสำรวจสภาพอาคารข้างเคียง (Pre-construction Survey) พร้อมถ่ายภาพและบันทึกรอยร้าวเดิมไว้เป็นหลักฐานก่อนเริ่มงาน
- เทคนิคที่เหมาะสม - มีแผนงานที่ระบุวิธีรื้อถอนอย่างชัดเจน เช่น การรื้อด้วยมือหรือใช้เครื่องมือขนาดเล็กในจุดเสี่ยง เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนและป้องกันข้อพิพาทในอนาคต
ปิยะมิตร กรุ๊ป ทีมงานรื้อถอนมืออาชีพกว่า 20 ปี พร้อมอุปกรณ์ครบครันและระบบทำงานตามมาตรฐาน ช่วยให้งานรื้อถอนปลอดภัย รวดเร็ว และเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้านและสิ่งแวดล้อม
หากต้องการให้การรื้อถอนจบงานอย่างมืออาชีพ ไร้ปัญหากวนใจ สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาและประเมินหน้างานได้ที่
โทร: 081-755-1229 / 089-921-6173 / 084-449-5993 / 083-089-6136
Email: [email protected]


