การป้องกันท่อประปาและระบบไฟฟ้าใต้ดินก่อนรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง
เช็กก่อนรื้อ! 5 ขั้นตอนป้องกันท่อประปาและไฟฟ้าใต้ดินก่อนรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง
ก่อนเริ่ม รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคาร หรือโกดัง สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามหรือนึกไม่ถึงคือ “การจัดการระบบสาธารณูปโภคใต้ดิน” ทั้งท่อประปาและสายไฟ หากละเลย อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หรือโดนค่าปรับจากการทำลายทรัพย์สินของรัฐโดยไม่ตั้งใจได้
บทความนี้จะพาคุณไปใส่ใจ 5 ขั้นตอนสำคัญในการตรวจสอบและตัดระบบน้ำ-ไฟอย่างถูกวิธีก่อนเริ่มรื้อถอน เพื่อให้งานปลอดภัย ราบรื่น และหมดกังวลเรื่องค่าปรับหรือปัญหาตามหลัง
ทำไมต้องจัดการระบบสาธารณูปโภคก่อนรื้อถอน
การตัดระบบน้ำและไฟฟ้าก่อนเริ่มรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง คือขั้นตอนสำคัญ เพื่อป้องกันอันตราย ความเสียหายทางกฎหมาย และค่าใช้จ่ายที่อาจบานปลายได้
H3 ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของคนงานและพื้นที่โดยรอบ
สายไฟที่ยังมีกระแสไฟฟ้าอาจทำให้เกิดไฟฟ้าดูดหรือไฟไหม้ได้ทันทีเมื่อโดนตัดขาด หรือถ้าท่อประปาใต้ดินรั่ว น้ำอาจไหลซึมจนดินทรุดหรือเกิดน้ำท่วมพื้นที่ ทำให้งานล่าช้าและส่งผลต่อโครงสร้างบริเวณใกล้เคียงได้
บทลงโทษและค่าปรับจากหน่วยงานราชการ
หากรื้อถอนโดยไม่แจ้งหรือทำผิดขั้นตอนจนทำให้ท่อประปาหรือสายไฟของรัฐเสียหาย อาจถูกปรับหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท และต้องรับผิดชอบค่าซ่อมทั้งหมด
ต้นทุนความเสียหายที่ไม่คาดคิด
ค่าซ่อมระบบน้ำหรือไฟที่เสียหายอาจแพงกว่าค่ารื้อถอนเสียอีก เพราะต้องใช้ช่างเฉพาะทาง เครื่องมือพิเศษ เสียทั้งเวลาและงบประมาณในการซ่อมแซม
5 ขั้นตอน Checklist ก่อนเริ่มรื้อถอน อย่างปลอดภัย
ก่อนรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ผู้รับเหมาหรือเจ้าของบ้านควรตรวจเช็กตาม Checklist นี้ เพื่อให้ตัดระบบได้อย่างปลอดภัย และไม่กระทบพื้นที่รอบข้าง
1. ตรวจสอบและระบุตำแหน่งท่อประปาและระบบไฟฟ้าใต้ดิน
ขอแผนผังโครงสร้างระบบน้ำและไฟจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (การประปา, การไฟฟ้า หรือเทศบาล) หรือใช้เครื่องมือตรวจจับแนวท่อโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหลีกเลี่ยงการขุดผิดตำแหน่งและกระทบโครงสร้างโดยไม่ตั้งใจ
2. ติดต่อหน่วยงานรัฐเพื่อขอถอดมิเตอร์และยกเลิกระบบ
ต้องยื่นขอถอดมิเตอร์น้ำและไฟกับหน่วยงานในพื้นที่ เช่น การประปา หรือการไฟฟ้านครหลวง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตัดการเชื่อมต่ออย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7–15 วัน ควรวางแผนและดำเนินการล่วงหน้า
3. การตัดการเชื่อมต่อ ณ จุดหลัก (จุดที่ปลอดภัยที่สุด)
แม้ปิดเบรกเกอร์แล้ว แต่อาจยังมีกระแสไฟค้างอยู่ ควรให้เจ้าหน้าที่ที่มีใบอนุญาตตัดไฟจากจุดเชื่อมต่อหลัก และปิดน้ำจากท่อเมนหลัก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีไฟหรือน้ำหลงเข้าพื้นที่รื้อถอนอีก
4. การจัดการท่อประปาใต้ดิน การอุดท่อ (Capping)
หลังตัดการเชื่อมต่อแล้วควรอุดปลายท่อ (Capping) ด้วยวัสดุที่แข็งแรงถาวร เพื่อป้องกันการรั่วซึมหรือน้ำไหลกลับเข้าสู่ท่อเดิมใต้ดินจากการถูกเปิดใหม่โดยไม่ตั้งใจ
5. ทำเครื่องหมายและจัดทำป้ายเตือนในพื้นที่ทำงาน
เมื่อรู้ถึงแนวท่อและสายไฟแล้ว ควรทำเครื่องหมายด้วยสีสเปรย์หรือธง เพื่อเตือนให้ทีมงานเห็นชัดและหลีกเลี่ยงการขุดผิด
สรุป
การเลือกบริษัทรื้อถอนที่มีมาตรฐาน จะเน้นให้ความสำคัญกับการจัดการระบบสาธารณูปโภคก่อนเริ่ม รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ความเสียหาย และค่าปรับจำนวนมหาศาล ทำให้งานราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบ
บริษัท ปิยะมิตร กรุ๊ป ให้บริการรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างครบวงจร ตั้งแต่ประเมินหน้างาน เคลียร์พื้นที่ จัดการใบอนุญาต ไปจนถึงเก็บงานสะอาด ปลอดภัย และทำทุกกระบวนการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หมดกังวลทุกการรื้อถอน
สนใจประเมินราคาหรือสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อเราได้ที่
- โทร: 081-755-1229 / 089-921-6173 / 084-449-5993 / 083-089-6136
- Email: [email protected]
- Line ID: @piyamitrgroup


